New era of rock (in my mind)

posted on 27 Jan 2009 10:25 by flyleave in Music

ก่อนอื่น ให้ทายเล่นๆว่าที่บ้านของผมมีเทปและซีดีเพลง สไตล์ไหนมากที่สุด...?

ฮ่าๆ ปัญาหาบัดซบเช่นนี้เกิดจากความมุมานะ พยายามจัดห้องของผม ให้เป็นระเบียบมากที่สุด

เลยทำให้พบว่าสมัยตอนที่ยังเป็นหนุ่มไฟแรงกว่าตอนนี้ กูเสียเงินเสียทองไปกับ เทปและซีดีมากเพียงใด  ยิ่งพอถึงช่วงที่มีเงินมากๆไม่ได้ อาการเก่ามันกำเริบทุกที

เฉลย..... สไตล์ เมนสตรีมไปจนถึงนูเมทัลเลยล่ะ

 

เรื่องที่น่าผกผันของชีวิตมนุษย์ก็คือ

ช่วงชีวิตหนึ่งที่เราคลั่งไคล้เพลงหนักกระโหลกตระกูล สำราก กัดปิ๊ก ดึงคันโยกกันเอี๊ยดอ๊าด

บอมบ์กระเดื่องดั่งปืนกล  เอะอะจะว๊ากให้ได้อย่างเดียวนั้น

แต่แล้วเวลาผ่านไปเราก็ไม่ค่อยได้หวนกลับมาฟังมันซักเท่าไร

เพราะคอมที่ใช้ทำงานในทุกๆวันก็จะมีโปรแกรมเล่นเพลง mp3 อยู่แล้ว

จึงไม่ค่อยได้สนใจจะหยิบมันมาเปิดฟัง

 

ผมไม่ใช่พวกได้หน้าแล้วลืมหลังนะ  เพราะไม่คิดจะได้หลังอยู่แล้ว ฮ่าๆ

แต่ในที่สุดกฏเกณฑ์ของธรรมชาตินั้น นำพาให้สุนทรียะของเราเปลี่ยนไปเอง ผมไม่ได้สอยเทปเมทัลเข้ามาฟัง จะว่าไปก็นมนานมากแล้ว ส่วนหนึ่งคงเพราะจุดอิ่มตัวของตัวเอง

ประสาทสัมผัสที่ล้าลงตามอายุขัย ต้องการฟัง ที่มีกรูฟ มีริฟฟ์ มีท่วงทำนอง

อีกส่วนหนึ่งคงมาจากความตกต่ำของวงการ เมทัลด้วยกระมัง

ก็เหมือนแวดวงดนตรีทั่วไปนั่นแหละ ที่จะมีการแบ่งแยกสตล์ย่อยๆ ลงไปอีก

ผมว่าช่วงนี้ของวิถีโคจรของนักดนตรี ในความคิดของผม จะว่าไป มันมีทั้งด้านมืด และด้านสว่าง สองด้านมารวมกัน ทำไมน่ะหรอ ปรากฏการณ์ โหลดโลด ของวัยรุ่นทั่วโลก ทำเอาศิลปินหลายๆรายต้องกลับไปปลูกกระท่อมที่บ้านเกิดกันเลยทีเดียว

เพราะ ขายแม่งก็ขายไม่ได้เสือกโหลดของกูฟรีอีก พวกใจดี ก็ปล่อยกันเข้าไป

ทำเอาการโปรโมทของทุกๆฝ่ายแทบจะไร้ความหมายไปเลย

ต้องเป็นศิลปินระดับมาสเตอร์พีซเลยทีเดียวน่ะผมว่า ที่จะยังคงรักษาระดับการขายแผ่นอัลบั้มของตัวเอง หรือแม้กระทั่งซึงเกิ้ลที่ปล่อยออกมา

รายได้หลักน่าจะอยู่ที่การทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่งสำคัญมาก ต่อการดำรงอรู่ในแวดวงดนตรี

และที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่านั่นก็คือ ไลฟ์ทุกครั้งต้องทำออกมาอย่างดีที่สุด

มิฉะนั้นแล้ว กระแสตอบรับจากแฟนเพลง ก็จะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้กับดนตรีทุกๆแนวเลยครับ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่เพลง รอค เท่านั้น

วัฏจักรของนักดนตรีทั่วไปส่วนใหญ่ก็จะเปนแบนี้แหละครับ

การที่จะหากินทางการขายผลงานของตัวเองอย่างเดียว อยู่ไม่รอด ล้านเปอร์เซนต์

ณ ที่นี้ ขอยกเว้น ศิลปิน บิ๊กเนมจริงๆ  มาว่ากันถึงด้านสว่างกันบ้าง

การที่ยุคดนตรีเปิดกว้างแบบนี้ เป็นโอกาสดี ที่นักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรง จะมีโอกาส

นำผลงานของตัวเอง นำเสนอออกสู่สาธารณชนได้อย่างไม่อายเขิน

เพราะไม่ว่าจะเป็น ทาง วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนต นับเป็นการดี

ที่จะแจ้งเกิดได้อย่างไม่ต้องพึ่งค่ายใดๆ ทำให้เกิดการบัญญัติ

คำศัพท์ใหม่ในแวดวงวัยรุ่นไทยขึ้นมาอีกหนึ่งคำ อินดี้

จริงๆแล้วความหมายของมันตามทรรศนคติของผม น่าจะหมายความถึงไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นยุคใหม่

แต่ก็ถูกวัยรุ่นยุคใหม่กว่า นำมาเป็นชื่อแนวดนตรีไปซะได้ ผมเห็นศิลปินบางกลุ่ม

เค้าก็มีชื่อเรียกแนวดนตรีของตนเองนะ แต่ไม่เข้าใจ เวลาเห็นเด็กไทย

พูดถึงวงแนวๆนี้ ก็มักจะเอ่ยตามออกมาว่า วงอินดี้ วงอินดี้ อารายว่ะ

ไม่เข้าใจวัยรุ่นไทยเลย ก็อย่างที่ว่าไป ยุคนี้ ฟรีแลนซ์สำหรับดนตรีมากๆ

เปิดกว้างสุดๆ ใครจะทำอะไรก็ไม่ผิด เพียงแค่คุณมีผลงานให้คนอื่นมาเชยชมและวิจารณ์

แต่ก็ยังไม่วายที่ก็ยังมีวง ที่โชคดียิ่งกว่านั้นอีก

พูดแบบชาวบ้านๆเลย ก้อ ฝีมือห่วยแต่มีตังเลยดังได้

ขอไม่เอ่ยนามวงดังกล่าวนะครับ การเกิดของวงแนวนี้ในประเทศไทย

จะว่าไปก็มีอยู่หลายวง

ทำให้วงที่มีมีฝือแต่ว่าทางบ้านกูไม่มีเงินสนับสนุนก็ต้องหน้าแห้งกันไป

ที่ใครๆเคยพูดไว้ว่า อีกไม่นานก็คงถึงจดสิ้นสุดของวงการดนตรี ผมเอง

ฟังเพลงมาก็เยอะ รู้เรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีก็ไม่น้อยไปกว่าใคร

ถ้าเทียบกันในรุ่นเดียวกับผม ขอยืนยันเลยว่า

ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอนครับ มันเป็นเพียงแก่การ หายไปของอุตสาหกรรมดนตรี

ก็แค่นั้น แต่ดนตรีจะยังมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

โดยในเฉพาะ อินเตอร์เนตที่จะเยอะมากกว่าตอนนี้เสียด้วยซ้ำ

บางทีในอนาคต เราอาจจะไม่ต้องไปขวนขวายหาซื้อเพลงรอคในตำนาน

ตามร้าน เจยู ก็เป็นไปได้ เพราะอุตสาหกรรมทางดนตรีหายไปแล้ว

การหาผลประโยชน์จากการขายผลงานของนักดนตรี คงจะยากมาก

และแน่นอน ไลฟ์ดีๆของศิลปินจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ศิลปิน

ลืมตาอ้าปากอยู่ได้ ยิ่งไลฟ์ดีแค่ไหน มีคอนเสิร์ตใหญ่ๆเข้ามา

บัตรขายหมดไวๆ ก็รับเละกันไปตามประสาชาวรอคผู้ยิ่งใหญ่

วงการเพลงรอคยุคใหม่ คงไม่มีการทำแผ่นมาสเตอร์พีซมาให้ได้เชยชมกันอีกต่อไปแล้วล่ะมั้ง

แต่ผมว่าที่น่าตื่นตาตื่นใจ น่าจะเป็นการเกิดของเทศกาลดนตรีใหญ่ๆอีกมากมายในบ้านเรา

เพราะไม่ใหญ่ไม่ได้ ต้องหารายได้เข้ามาในค่ายเพลงของตนเอง

ผมเอง ยังหวาดกลัวอยู่สิ่งหนึ่ง ก็คือ วัฒนธรรมอินดี้ ที่ว่านี้ ถ้านับวันมันยิ่งก่อตัวอยู่เรื่อยๆ

เติบโตในสังคมไทยไปทุกวันๆ แล้วใครล่ะ จะเป็นผู้สานต่

อ ยุคบริทริชอินเวชั่น ของ เดอะ บีเทิลส์

ใครจะทำให้ยุค เฮฟวี่เมทัล กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

ใครจะบ้าระห่ำแบบ เคิร์ท โคเบน ได้อีก

ใครจะเล่นนู เมทัลได้ดีอย่าง คอร์น แล้วใคร

จะมาสบถท่อนว๊าก ให้สาวกอีโมฟังกันเล่า ผมกลัววันที่

ดนตรีหลายๆแนวที่ผมว่ามา จะจางหายไปจากวัยรุ่นไทย

ผมกลัววัฒนธรรมอินดี้ แดกหัวสมองของเด็กไทยไปหมด

จนคิดอะไรกันไม่เป็น แล้วถ้าวันนั้นมันมาถึงจริงๆล่ะ

อย่าให้พูดเลยครับ เสียงดนตรีที่เคยได้ยิน

ที่เคยฟังเพลงแนวนี้ได้จากตามสถานที่ไลฟ์คอนเสิร์ตต่างๆ

คงไม่มีแล้ว ผมคงต้องเปิดมันฟังอยู่ที่บ้าน แล้วหลอนไปกับตัวเอง ยังงั้นหรอ?

ผมกลัวที่จะเป็นแบบนี้จริงๆนะ แล้วก็ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงด้วยล่ะ

ได้แต่วิงวอนให้วัยรุ่นไทยที่เป็นอนาคตสำคัญของประเทศชาติ

เปิดใจรับฟังดนตรี ที่เป็น ดนตรีจริงๆ

เพราะดนตรีทุกๆแนวมันก็จะมีจุดพีคก็ตัวมันเองอยู่ในทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว

อย่าให้มันจางหายไปจากโลกใบนี้เลยครั

edit @ 27 Jun 2009 19:31:21 by VOXTROT

edit @ 14 Mar 2010 23:03:49 by VOXTROT

Comment

Comment:

Tweet

น้องผมยังบ้าThe Beatlesอยู่เลยครับ(เด็กเกิดปี1995)confused smile
เห็นด้วยจนไม่รู้จะพูดอย่างไรได้ speechless, but I'm so proud of the way you think surprised smile

#1 By Rock Addict on 2009-06-27 23:02